CineMove: Last Letter จดหมายสุดท้าย…ฝากรักคืนใจ

เสน่ห์ของจดหมายคือ มันทำให้ระยะเวลา “รอคอย” มีคุณค่า และทำให้คำว่า “คิดถึง” มีความหมายอย่างแท้จริง

มูฟวี่
Last Letter

เสน่ห์ของจดหมายคือ มันทำให้ระยะเวลา “รอคอย” มีคุณค่า และทำให้คำว่า “คิดถึง” มีความหมายอย่างแท้จริง

หลายชีวิตใน Last Letter ล้วนแต่มีบาดแผลในใจจากความรัก และการพลัดพราก อายูมิ เด็กสาวที่สูญเสียแม่ไปจนไม่กล้าเปิดจดหมายฉบับสุดท้ายยูริ สาวลูกสองที่มีอดีตรักฝังใจจากรุ่นพี่สมัยมัธยมและ เคียวชิโร่ นักเขียนนิยายรักที่ไม่เคยมูฟออนไปจากรักเก่าวัยเรียนไปได้เลยทั้งหมดเกี่ยวข้องกันผ่าน ‘จดหมาย’ ที่ส่งให้กันโดยมี มิซากิ ผู้จากไปเป็นจุดศูนย์กลาง

Last Letter

ชุนจิ อิวาอิ กลับมาทำหนังเกี่ยวข้องกับจดหมายอีกครั้งหลังจากที่เคยกำกับ Love Letter (1995) กับการถ่ายทอดเรื่องราวบาดแผลจากความรัก และการเยียวยาความรู้สึกผ่าน ‘จดหมาย’ กันอีกครั้ง ด้วยท่วงทำนองที่ซึมไปกับหนัง ไม่เร้าจนเกินพอดี หรือขยี้ให้สาแก่ใจ

Last Letter

หนังเติมเต็มในส่วนของความรู้สึกแบบเบสิค ๆ จนเรามองเห็นความงามในหลายสิ่งหลายอย่างจากวันเวลาในอดีต เพียงเราจะหยิบยกส่วนไหนมาคิดถึง

ในยุคที่ทุกคนสามารถส่งข้อความถึงกันผ่านไลน์ และสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างรวดเร็วทันใจ ไม่ว่าจะอยู่ซีกไหนของโลก แต่อิวาอิกลับเลือกให้แคแร็กเตอร์นำของเขา พากันส่งจดหมาย และรอคอยการตอบด้วยใจที่กระวนกระวาย เมื่อจดหมายมาถึงก็ได้เห็นความดีใจแกมตื่นเต้น

Last Letter

มันทำให้เราหวนกลับไปคิดถึงอดีต เมื่อครั้งที่เคยส่งจดหมาย ยิ่งถ้าคนรักอยู่ต่างประเทศห่างไกลคนละซีกโลก มันเป็นความรู้สึกรอคอยที่เนิ่นนาน เปิดตู้จดหมายหน้าประตูรั้วทุกวัน เฝ้ารอว่าเมื่อไรจะมาถึง ไม่เชื่อลองไปส่งจดหมายกันดูนะ

Last Letter เลือกใช้สิ่งที่ Out ไปแล้วอย่าง จดหมาย หรือ หนังสือ มาเป็นตัวขับเคลื่อน ทำให้เราเห็นว่า ‘จดหมาย’ เชื่อมโยงคนแต่ละวัยเข้าหากัน แต่เมื่อมองลึกลงไป จริง ๆ ที่เชื่อมโยงมคือ ‘ตัวอักษร’ ที่ปรากฏอยู่บนกระดาษเขียนจดหมาย หรือ หน้ากระดาษพ็อคเก็ตบุ้คบางเล่มที่เลิกผลิตไปแล้วแต่ยังมีคนกล่าวถึง และหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้ใครหลายคนรู้สึกมีความหวังในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์

Last Letter

เราจึงได้เห็น ตัวละครสองรุ่น สองวัย คือรุ่นพ่อแม่ที่โตทันและผันผ่านการเขียนจดหมายได้มีโอกาสรำลึกถึงมันอีกครั้ง ส่วนรุ่นลูกที่โตมากับไลน์ที่ตอบกันทันทีทันใด ก็ได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของจดหมายที่กว่าจะเดินทางมาถึงมาสร้างความรู้สึกร่วมให้แก่พวกเธอได้มากแค่ไหน

เหนือสิ่งอื่นใด ๆ จดหมาย หรือที่จริงคือ ตัวอักษร ยังคงทำหน้าที่ของมันในการถ่ายทอดความรู้สึกของคนเราให้คนอื่นได้รับรู้ หากแต่มันเป็นความในใจที่ส่งตรงถึงใครบางคนที่เฉพาะเจาะจง อาจจะต่างจากคนยุคนี้ที่มักจะลงแค็ปชั่นความในใจประกาศให้คนในโลกโซเชียลรับรู้อย่างเปิดเผย และคนที่ล่วงรู้ก็ไม่แม้แต่จะเคยเห็นหน้าค่าตาหรือรู้จักมักจี่

Last Letter

ทาคาโกะ มัตสึ ที่เคยร่วมงานกับอิวาอิใน April Story (1998) มารับบทเป็น ยูริ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเต็มไปด้วยเสน่ห์แบบพอดิบพอดี ดูแล้วภาพของใครบางคนในอดีตที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ท่าทีที่แสดงออกล้วนยังชัดเจนเหมือนวันที่เคยมีกัน หากแต่ก็ทำให้ความเศร้าแฝงอยู่ในบางมุมของความคิดถึง

มาซาฮารุ ฟูกุยาม่า รับบทเป็น เคียวชิโร่ ชายหนุ่มที่มูฟออนจากรักครั้งเก่าไม่ได้ ช่างเหมือนภาพสะท้อนของใครบางคนแถวนี้ที่เหมือนจะไปต่อได้ แต่ก็เดินไปไม่ถึงไหน

Last Letter

ซุสุ ฮีโรเสะ และ นานะ โมริ รับบทเป็น มิซากิ และยูริ ในวัยมัธยม พร้อมกับรับบทเป็น ลูกสาวของทั้งสองพี่น้อง ทำให้เราได้เห็นภาพเสมือนตัวแทนจากรุ่นสู่รุ่น อย่างกลมกลืน

Last Letter

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เยียวยาคนเราให้เดินต่อไปได้คือ การบอกเล่าความในใจกับใครสักคน ร่วมแบ่งปันความทุกข์สุข หรือปลดปล่อยพันธนาการแห่งวันวาน เพื่อจะได้ก้าวเดินต่อไปตามเส้นทางสายใหม่โดยไม่มีอะไรค้างคาใจ

Last Letter

Last Letter (2020) Directed: Shuji Iwai/Starring: Takako Matsu, Masaharu Fjukuyama, Suzu Hirose, Nana Mori

ขอบคุณที่มาข้อมูล: IMDb, Wikipedia, Youtube, AsianWiki, Mongkol Major Mongkol Cinema, MovieTalk Blockdit

ขอบคุณที่มาภาพประกอบ: movie.jorudan.co.jp, fashion-press.net, mainichi.jp, realsound.jp, lineblog.me

2 Comments

  1. เฉาเอง

    เยี่ยมเลยครับ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น